กติกาเน็ตบอล

แมตช์ใหม่
📚 สรุปเชิงให้ความรู้ที่จัดทำขึ้นเอง — ให้ยึดแหล่งข้อมูลทางการเป็นหลักเผยแพร่แล้วอัปเดตเมื่อ 24 มิถุนายน 2569

Zen Ref

ผู้ช่วยที่อธิบายกติกาแบบง่ายๆ

ทุกประตูมีค่าหนึ่งคะแนน ไม่ว่าจะยิงจากระยะไกลเพียงใด มีเพียงโกลชูตเตอร์ (goal shooter) และโกลแอตแทค (goal attack) เท่านั้นที่ทำประตูได้ และต้องยิงจากภายในวงกลมยิงประตู (goal circle) ทั้งหมด โดยนับรวมเส้นวงกลมด้วย ผู้ยิงมีเวลาสามวินาที ต้องปฏิบัติตามกติกาการใช้เท้า (footwork) และห้ามแตะพื้นนอกวงกลมระหว่างการยิง เนื่องจากไม่มีแป้นหลัง (backboard) อยู่หลังห่วงขนาด 380 มม. ลูกจึงต้องเข้าจากด้านบนและตกลอดห่วงลงไปจนสุด หากผู้เล่นฝ่ายรับปัดลูกแล้วลูกยังลงห่วง ก็นับเป็นประตู ผู้เล่นฝ่ายรับห้ามเขย่าเสาประตูหรือแตะลูกเมื่อลูกกำลังตกลงสู่ห่วงแล้ว ส่วนในรูปแบบทางการ Fast5 การยิงมีค่าหนึ่ง สอง หรือสามคะแนนขึ้นอยู่กับจุดที่ผู้ยิงยืน และทุกประตูจะได้คะแนนสองเท่าในช่วง 90 วินาทีสุดท้ายของแต่ละควอเตอร์

คำตอบอ้างอิงจากสรุปของ ScoreZen ให้ยึดแหล่งข้อมูลทางการเป็นหลัก

สรุป

เน็ตบอล (netball) เป็นกีฬาส่งลูกที่รวดเร็วซึ่งถือกำเนิดจากบาสเกตบอล เล่นโดยทีมละเจ็ดคนบนสนามที่แบ่งออกเป็นสามส่วน (thirds) ทุกตำแหน่งถูกจำกัดให้อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดไว้ ห้ามวิ่งขณะถือลูกและห้ามเลี้ยงลูก (dribble) และทุกครั้งที่รับลูกได้จะเริ่มนับถอยหลังสามวินาทีเพื่อส่งหรือยิงประตู มีเพียงสองตำแหน่งฝ่ายรุกเท่านั้นที่ทำประตูได้ โดยต้องอยู่ในครึ่งวงกลมที่หันเข้าหาห่วงซึ่งไม่มีแป้นหลัง (backboard) กีฬานี้หยั่งรากลึกทั่วเครือจักรภพ — ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ จาเมกา แอฟริกาใต้ — และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ World Netball ซึ่งมีชาติสมาชิกมากกว่า 70 ชาติ

วัตถุประสงค์

ทำประตูให้ได้มากกว่าคู่แข่ง ด้วยการยิงลูกลงลอดห่วงของฝ่ายตรงข้าม พร้อมกับสกัดไม่ให้อีกทีมมีโอกาสยิงที่ชัดเจน เนื่องจากมีเพียงโกลชูตเตอร์ (goal shooter) และโกลแอตแทค (goal attack) เท่านั้นที่ยิงประตูได้ ทุกประตูจึงถูกสร้างขึ้นจากการส่งลูกที่รวดเร็วและแม่นยำเพื่อพาลูกเข้าสู่วงกลมยิงประตู (goal circle)

กติกาสำคัญ

  • ผู้เล่นทีมละเจ็ดคน แต่ละคนสวมอักษรย่อของตำแหน่งและถูกจำกัดให้อยู่ในพื้นที่สนามของตำแหน่งนั้น ทีมต้องมีผู้เล่นในสนามอย่างน้อยห้าคน โดยต้องมีเซ็นเตอร์ (centre) รวมอยู่ด้วย
  • ห้ามเลี้ยงลูก (dribble) และห้ามวิ่งขณะถือลูก ลูกบอลเคลื่อนที่ได้ด้วยการส่งระหว่างเพื่อนร่วมทีมเท่านั้น
  • ต้องปล่อยลูกออกจากมือภายในสามวินาทีนับจากที่รับลูกได้ ไม่ว่าจะเป็นการส่งหรือการยิงประตู
  • มีเพียงโกลชูตเตอร์ (goal shooter, GS) และโกลแอตแทค (goal attack, GA) เท่านั้นที่ยิงประตูได้ และต้องยิงจากภายในวงกลมยิงประตู (goal circle) โดยนับรวมเส้นวงกลมด้วย
  • การใช้เท้า (footwork): หมุนตัวบนเท้าหลัก (landing foot) และก้าวด้วยเท้าอีกข้างได้ แต่ต้องปล่อยลูกก่อนที่เท้าหลักซึ่งยกขึ้นแล้วจะแตะพื้นอีกครั้ง
  • ในการประกบผู้เล่นที่ถือลูก ผู้เล่นฝ่ายรับต้องยืนห่างอย่างน้อย 0.9 ม. โดยวัดบนพื้นจากเท้าหลัก (landing foot) ของผู้ถือลูก
  • การปะทะ (contact) จะถูกลงโทษก็ต่อเมื่อรบกวนการเล่นเท่านั้น เช่น ทำให้ลูกหลุดมือ ทำให้การส่งหรือการยิงเสีย หรือทำให้คู่แข่งต้องขยับอย่างไม่เป็นธรรม ส่วนการสัมผัสโดยบังเอิญให้เล่นต่อไป
  • ทุกการส่งลูกต้องเปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามมีโอกาสตัดบอลระหว่างผู้ส่งกับผู้รับ ห้ามส่งมือต่อมือ (hand-off) และลูกต้องถูกสัมผัสในทุกส่วนสนาม (third) ที่ลูกผ่าน
  • ทุกควอเตอร์และการเริ่มเล่นใหม่หลังทำประตูทุกครั้งจะเริ่มด้วยเซ็นเตอร์พาส (centre pass) ซึ่งเซ็นเตอร์ทั้งสองฝ่ายผลัดกันเป็นผู้ส่ง ผู้เล่นคนอื่นห้ามเข้าไปในส่วนกลางของสนาม (centre third) ก่อนเสียงนกหวีด
  • หากลูกออกนอกสนาม ทีมที่ไม่ได้สัมผัสลูกเป็นคนสุดท้ายจะได้เริ่มเล่นใหม่ด้วยการทุ่มเข้าเล่น (throw-in)

การให้คะแนน

ทุกประตูมีค่าหนึ่งคะแนน ไม่ว่าจะยิงจากระยะไกลเพียงใด มีเพียงโกลชูตเตอร์ (goal shooter) และโกลแอตแทค (goal attack) เท่านั้นที่ทำประตูได้ และต้องยิงจากภายในวงกลมยิงประตู (goal circle) ทั้งหมด โดยนับรวมเส้นวงกลมด้วย ผู้ยิงมีเวลาสามวินาที ต้องปฏิบัติตามกติกาการใช้เท้า (footwork) และห้ามแตะพื้นนอกวงกลมระหว่างการยิง เนื่องจากไม่มีแป้นหลัง (backboard) อยู่หลังห่วงขนาด 380 มม. ลูกจึงต้องเข้าจากด้านบนและตกลอดห่วงลงไปจนสุด หากผู้เล่นฝ่ายรับปัดลูกแล้วลูกยังลงห่วง ก็นับเป็นประตู ผู้เล่นฝ่ายรับห้ามเขย่าเสาประตูหรือแตะลูกเมื่อลูกกำลังตกลงสู่ห่วงแล้ว ส่วนในรูปแบบทางการ Fast5 การยิงมีค่าหนึ่ง สอง หรือสามคะแนนขึ้นอยู่กับจุดที่ผู้ยิงยืน และทุกประตูจะได้คะแนนสองเท่าในช่วง 90 วินาทีสุดท้ายของแต่ละควอเตอร์

รูปแบบและระยะเวลา

การแข่งขันระดับนานาชาติแบ่งเป็นสี่ควอเตอร์ ควอเตอร์ละ 15 นาทีของเวลาเล่นจริง โดยทั้งสองทีมสลับแดนกันทุกควอเตอร์ ช่วงพักหลังควอเตอร์ที่หนึ่งและที่สามยาว 4 นาที ส่วนพักครึ่งยาว 12 นาที (หรือ 8 นาที หากผู้จัดและทีมทั้งสองตกลงกัน) กติกาข้อ 21 ของฉบับปี 2024 อนุญาตอย่างชัดแจ้งให้ระดับการแข่งขันอื่นปรับเวลาเหล่านี้ได้ การแข่งขันระดับโรงเรียนและระดับชุมชนจึงมักสั้นกว่า นอกจากนี้ World Netball ยังกำหนดกติกาของ Fast5 ซึ่งเป็นรูปแบบสั้นที่เหมาะกับการถ่ายทอดโทรทัศน์ไว้ด้วย ได้แก่ ทีมละห้าคน สี่ควอเตอร์ ควอเตอร์ละ 6 นาที เปลี่ยนตัวได้ตลอดการแข่งขัน (rolling substitutions) โซนยิงที่ให้คะแนนต่างกัน และเซ็นเตอร์พาส (centre pass) ที่ตกเป็นของทีมที่เพิ่งเสียประตู แทนที่จะผลัดกัน

เงื่อนไขการชนะ

ทีมที่ทำประตูได้มากกว่าเมื่อจบสี่ควอเตอร์เป็นผู้ชนะ หากรายการแข่งขันต้องการผู้ชนะและคะแนนเท่ากัน จะต่อเวลาพิเศษหลังพัก 4 นาที โดยแบ่งเป็นสองครึ่ง ครึ่งละไม่เกิน 7 นาที และมีช่วงสลับแดนหนึ่งนาที หากยังเสมอกันอยู่ ก็ให้เล่นต่อไปจนกว่าทีมใดทีมหนึ่งจะนำห่างสองประตู ส่วนใน Fast5 การตัดสินผลเสมอคือการต่อเวลาหนึ่งนาที แล้วตามด้วยโกลเดนโกล (golden goal)

กติกาฉบับเต็ม

ปลดล็อกโหมดทางการ เหตุการณ์สำคัญ สัญญาณผู้ตัดสิน อภิธานศัพท์ ความเป็นมา และแหล่งข้อมูลทางการ ด้วย ScoreZen Essentiel

คำถามที่พบบ่อย

เน็ตบอล: นับคะแนนอย่างไร?

ทุกประตูมีค่าหนึ่งคะแนน ไม่ว่าจะยิงจากระยะไกลเพียงใด มีเพียงโกลชูตเตอร์ (goal shooter) และโกลแอตแทค (goal attack) เท่านั้นที่ทำประตูได้ และต้องยิงจากภายในวงกลมยิงประตู (goal circle) ทั้งหมด โดยนับรวมเส้นวงกลมด้วย ผู้ยิงมีเวลาสามวินาที ต้องปฏิบัติตามกติกาการใช้เท้า (footwork) และห้ามแตะพื้นนอกวงกลมระหว่างการยิง เนื่องจากไม่มีแป้นหลัง (backboard) อยู่หลังห่วงขนาด 380 มม. ลูกจึงต้องเข้าจากด้านบนและตกลอดห่วงลงไปจนสุด หากผู้เล่นฝ่ายรับปัดลูกแล้วลูกยังลงห่วง ก็นับเป็นประตู ผู้เล่นฝ่ายรับห้ามเขย่าเสาประตูหรือแตะลูกเมื่อลูกกำลังตกลงสู่ห่วงแล้ว ส่วนในรูปแบบทางการ Fast5 การยิงมีค่าหนึ่ง สอง หรือสามคะแนนขึ้นอยู่กับจุดที่ผู้ยิงยืน และทุกประตูจะได้คะแนนสองเท่าในช่วง 90 วินาทีสุดท้ายของแต่ละควอเตอร์

เน็ตบอล: แข่งขันนานเท่าไร?

การแข่งขันระดับนานาชาติแบ่งเป็นสี่ควอเตอร์ ควอเตอร์ละ 15 นาทีของเวลาเล่นจริง โดยทั้งสองทีมสลับแดนกันทุกควอเตอร์ ช่วงพักหลังควอเตอร์ที่หนึ่งและที่สามยาว 4 นาที ส่วนพักครึ่งยาว 12 นาที (หรือ 8 นาที หากผู้จัดและทีมทั้งสองตกลงกัน) กติกาข้อ 21 ของฉบับปี 2024 อนุญาตอย่างชัดแจ้งให้ระดับการแข่งขันอื่นปรับเวลาเหล่านี้ได้ การแข่งขันระดับโรงเรียนและระดับชุมชนจึงมักสั้นกว่า นอกจากนี้ World Netball ยังกำหนดกติกาของ Fast5 ซึ่งเป็นรูปแบบสั้นที่เหมาะกับการถ่ายทอดโทรทัศน์ไว้ด้วย ได้แก่ ทีมละห้าคน สี่ควอเตอร์ ควอเตอร์ละ 6 นาที เปลี่ยนตัวได้ตลอดการแข่งขัน (rolling substitutions) โซนยิงที่ให้คะแนนต่างกัน และเซ็นเตอร์พาส (centre pass) ที่ตกเป็นของทีมที่เพิ่งเสียประตู แทนที่จะผลัดกัน

เน็ตบอล: ตัดสินผู้ชนะอย่างไร?

ทีมที่ทำประตูได้มากกว่าเมื่อจบสี่ควอเตอร์เป็นผู้ชนะ หากรายการแข่งขันต้องการผู้ชนะและคะแนนเท่ากัน จะต่อเวลาพิเศษหลังพัก 4 นาที โดยแบ่งเป็นสองครึ่ง ครึ่งละไม่เกิน 7 นาที และมีช่วงสลับแดนหนึ่งนาที หากยังเสมอกันอยู่ ก็ให้เล่นต่อไปจนกว่าทีมใดทีมหนึ่งจะนำห่างสองประตู ส่วนใน Fast5 การตัดสินผลเสมอคือการต่อเวลาหนึ่งนาที แล้วตามด้วยโกลเดนโกล (golden goal)

เน็ตบอล: มีฟาวล์และบทลงโทษอะไรบ้าง?

ฟรีพาส (free pass) — สำหรับการทำผิดกติกาเล็กน้อย (การใช้เท้าผิด, ล้ำเขต, ถือลูกนานเกินกำหนด, ออกตัวก่อนสัญญาณ (breaking), ส่งลูกใกล้เกินไป (short pass), ส่งข้ามหนึ่งส่วนสนามเต็ม (over a third)) และห้ามยิงประตูโดยตรงจากฟรีพาส เพนัลตีพาส (penalty pass) — สำหรับการขัดขวาง (obstruction) และการปะทะ (contact) ผู้ทำผิดต้องยืนออกจากการเล่นข้าง ๆ ผู้ส่งลูก และหาก GS หรือ GA เป็นผู้เล่นลูกนี้ภายในวงกลมยิงประตู จะยิงประตูก็ได้ มีบทลงโทษเพียงสองแบบเท่านั้น คือฟรีพาสและเพนัลตีพาส — ถ้อยคำเดิมว่า 'penalty pass or shot' หายไปตั้งแต่ปี 2016 — และฉบับปี 2024 ได้ตัดการตักเตือน (caution) ออกจากเครื่องมือของผู้ตัดสิน ลำดับขั้นการควบคุมเกม: ให้คำแนะนำเชิงป้องกันก่อน จากนั้นเลื่อนจุดลงโทษไปข้างหน้าได้ไกลถึงครึ่งหนึ่งของหนึ่งส่วนสนาม หรือยกระดับฟรีพาสขึ้นเป็นเพนัลตีพาส ต่อด้วยการเตือน (warning) แล้วพักโทษ 2 นาที (suspension) และสุดท้ายคือการไล่ออกจากสนาม (ordering off) ผู้เล่นแต่ละคนถูกเตือนได้หนึ่งครั้งและถูกพักโทษได้หนึ่งครั้งต่อหนึ่งแมตช์ ผู้เล่นที่ถูกพักโทษจะไม่มีผู้เล่นคนอื่นมาแทน ทีมของเธอจึงต้องเล่นด้วยจำนวนผู้เล่นที่ขาดไปเป็นเวลาสองนาทีของเวลาเล่นจริง ผู้เล่นที่ถูกไล่ออกจากสนามจะไม่ได้ลงเล่นในแมตช์นั้นอีก ทีมของเธอส่งผู้เล่นคนอื่นลงแทนได้หลังผ่านไปสี่นาทีของเวลาเล่นจริง การเล่นผิดกติกาอย่างร้ายแรง (foul play) ครอบคลุมการเล่นที่ไม่เป็นธรรม (ถ่วงเวลา ทำผิดกติกาซ้ำ ๆ โต้แย้งคำตัดสิน) พฤติกรรมที่ไม่มีน้ำใจนักกีฬา (การตอบโต้เอาคืน การใช้ถ้อยคำหยาบคาย) และการเล่นที่อันตราย ซึ่งมีโทษพักโทษหรือไล่ออกจากสนาม และเป็นโทษบังคับสำหรับการกระทำที่จงใจหรือประมาทอย่างร้ายแรง การให้ได้เปรียบ (advantage): ผู้ตัดสินจะปล่อยให้เล่นต่อไปเมื่อทีมที่ไม่ได้ทำผิดยังคงมีโอกาสที่แท้จริงอยู่ แต่จะไม่ให้ได้เปรียบเด็ดขาดหลังการเล่นที่อันตราย หรือการปะทะบริเวณศีรษะหรือคอ

เน็ตบอล: ตั้งค่า ScoreZen อย่างไรเพื่อบันทึกคะแนน?

ใน ScoreZen ให้ตั้งค่าเน็ตบอลด้วยโหมดนับแต้มแบบง่าย (simple-points): แตะ +1 ต่อหนึ่งประตู พร้อมช่วงเวลาแข่งขันแบบจับเวลา 4 ช่วง ช่วงละ 15 นาที ค่าที่ตั้งไว้ล่วงหน้าแบบ Casual จะลดความยาวของแต่ละช่วงลง และคุณยังกำหนดจำนวนช่วงและความยาวของแต่ละช่วงเองได้ ซึ่งสะดวกสำหรับเกมสไตล์ Fast5 ที่เล่นควอเตอร์ละ 6 นาที ไม่มีคะแนนเป้าหมาย ให้จบแมตช์เมื่อหมดเวลา แล้วทีมที่นำอยู่เป็นผู้ชนะ

เน็ตบอล: จัดทัวร์นาเมนต์หรือลีกได้ไหม?

การนับประตูสะสมเข้ากันได้ดีกับทัวร์นาเมนต์และลีกใน ScoreZen ไม่ว่าจะเป็นแบบพบกันหมดหรือแบบแพ้คัดออก โดยอนุญาตให้เสมอกันได้และจัดอันดับด้วยคะแนนลีก — ชนะได้สองคะแนน เสมอได้หนึ่งคะแนน — แล้วตามด้วยผลต่างประตู ดินแดนที่เน็ตบอลแข็งแกร่ง — ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ จาเมกา แอฟริกาใต้ — จัดการแข่งขันตั้งแต่งานกีฬาโรงเรียนไปจนถึงลีกสโมสร และรูปแบบหนึ่งประตูเท่ากับหนึ่งคะแนนแบบเดียวกันนี้ครอบคลุมได้ทั้งหมด ส่วนการต่อเวลาพิเศษยังคงต้องจัดการตามระเบียบของแต่ละรายการแข่งขัน