กติกาเทเบิลเทนนิส

แมตช์ใหม่
📚 สรุปเชิงให้ความรู้ที่จัดทำขึ้นเอง — ให้ยึดแหล่งข้อมูลทางการเป็นหลักเผยแพร่แล้วอัปเดตเมื่อ 24 มิถุนายน 2569

Zen Ref

ผู้ช่วยที่อธิบายกติกาแบบง่ายๆ

ทุกการตีโต้ให้ 1 แต้มแก่ผู้ชนะการตีโต้นั้น ไม่ว่าใครจะเป็นผู้เสิร์ฟ ผู้ที่ทำได้ 11 แต้มก่อนเป็นผู้ชนะเกมนั้น โดยต้องนำห่างอย่างน้อย 2 แต้ม เมื่อสกอร์เป็น 10-10 จะเล่นกันต่อไปจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะนำห่าง 2 แต้ม

คำตอบอ้างอิงจากสรุปของ ScoreZen ให้ยึดแหล่งข้อมูลทางการเป็นหลัก

สรุป

เทเบิลเทนนิส หรือปิงปอง เป็นกีฬาแร็กเกตที่เล่นกันสองคน (ประเภทเดี่ยว) หรือสองคู่ (ประเภทคู่) บนโต๊ะสองฝั่งที่คั่นด้วยเน็ต ผู้เล่นตีลูกน้ำหนักเบาโต้กลับไปมาด้วยไม้ตีขนาดเล็กที่หุ้มด้วยยาง โดยพยายามให้ลูกกระดอนลงในแดนของคู่แข่ง เป็นกีฬาโอลิมปิกที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วและการปั่นลูก

วัตถุประสงค์

ทำแต้มให้มากกว่าคู่แข่ง ด้วยการไม่เปิดโอกาสให้เขาตีลูกกลับมาลงในแดนของคุณได้อย่างถูกกติกา คุณจะได้แต้มทุกครั้งที่คู่แข่งไม่สามารถตีลูกกลับได้อย่างถูกต้อง

กติกาสำคัญ

  • ในการเสิร์ฟ ต้องโยนลูกขึ้นด้วยมือในแนวดิ่งสูงอย่างน้อย 16 ซม. แล้วจึงตี ให้ลูกกระดอนในแดนของตัวเองก่อน แล้วจึงไปกระดอนในแดนของคู่แข่ง
  • ระหว่างการตีโต้ ลูกกระดอนในแดนของคุณได้เพียงครั้งเดียว ก่อนที่คุณจะต้องตีข้ามเน็ตกลับไป
  • คุณเสียแต้มเมื่อลูกออกนอกโต๊ะ ตีลงเน็ตตอนตีโต้ (ลูกที่เฉี่ยวเน็ตแล้วยังลงในแดนของคู่แข่งถือว่ายังอยู่ในการเล่น ส่วนตอนเสิร์ฟถือเป็นเล็ท) ลูกกระดอนสองครั้งในแดนของคุณ หรือคุณตีกลับไม่ได้
  • เปลี่ยนผู้เสิร์ฟทุก 2 แต้ม เมื่อถึง 10-10 (ดิวซ์) จะเปลี่ยนทุกแต้ม
  • หนึ่งเกมเล่นถึง 11 แต้ม โดยต้องชนะขาดกัน 2 แต้ม
  • ในเทเบิลเทนนิส คุณทำแต้มได้ไม่ว่าใครจะเป็นผู้เสิร์ฟ (ทุกการตีโต้มีแต้มตัดสินเสมอ)

การให้คะแนน

ทุกการตีโต้ให้ 1 แต้มแก่ผู้ชนะการตีโต้นั้น ไม่ว่าใครจะเป็นผู้เสิร์ฟ ผู้ที่ทำได้ 11 แต้มก่อนเป็นผู้ชนะเกมนั้น โดยต้องนำห่างอย่างน้อย 2 แต้ม เมื่อสกอร์เป็น 10-10 จะเล่นกันต่อไปจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะนำห่าง 2 แต้ม

รูปแบบและระยะเวลา

หนึ่งเกมเล่นถึง 11 แต้ม โดยต้องชนะขาดกัน 2 แต้ม หนึ่งแมตช์แข่งกันเป็นจำนวนเกมคี่ โดยทั่วไปเป็นแบบ 5 เกม หรือ 7 เกม ขึ้นอยู่กับรายการแข่งขัน ผลัดกันเสิร์ฟทุก 2 แต้ม และเปลี่ยนทุกแต้มเมื่อสกอร์ถึง 10-10

เงื่อนไขการชนะ

คุณชนะหนึ่งเกมเมื่อทำได้ 11 แต้มโดยนำห่างอย่างน้อย 2 แต้ม และชนะแมตช์เมื่อเก็บเกมได้เกินครึ่งของจำนวนเกมที่กำหนดไว้ (เช่น 3 เกมจาก 5 เกม หรือ 4 เกมจาก 7 เกม)

กติกาฉบับเต็ม

ปลดล็อกโหมดทางการ เหตุการณ์สำคัญ สัญญาณผู้ตัดสิน อภิธานศัพท์ ความเป็นมา และแหล่งข้อมูลทางการ ด้วย ScoreZen Essentiel

คำถามที่พบบ่อย

เทเบิลเทนนิส: นับคะแนนอย่างไร?

ทุกการตีโต้ให้ 1 แต้มแก่ผู้ชนะการตีโต้นั้น ไม่ว่าใครจะเป็นผู้เสิร์ฟ ผู้ที่ทำได้ 11 แต้มก่อนเป็นผู้ชนะเกมนั้น โดยต้องนำห่างอย่างน้อย 2 แต้ม เมื่อสกอร์เป็น 10-10 จะเล่นกันต่อไปจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะนำห่าง 2 แต้ม

เทเบิลเทนนิส: แข่งขันนานเท่าไร?

หนึ่งเกมเล่นถึง 11 แต้ม โดยต้องชนะขาดกัน 2 แต้ม หนึ่งแมตช์แข่งกันเป็นจำนวนเกมคี่ โดยทั่วไปเป็นแบบ 5 เกม หรือ 7 เกม ขึ้นอยู่กับรายการแข่งขัน ผลัดกันเสิร์ฟทุก 2 แต้ม และเปลี่ยนทุกแต้มเมื่อสกอร์ถึง 10-10

เทเบิลเทนนิส: ตัดสินผู้ชนะอย่างไร?

คุณชนะหนึ่งเกมเมื่อทำได้ 11 แต้มโดยนำห่างอย่างน้อย 2 แต้ม และชนะแมตช์เมื่อเก็บเกมได้เกินครึ่งของจำนวนเกมที่กำหนดไว้ (เช่น 3 เกมจาก 5 เกม หรือ 4 เกมจาก 7 เกม)

เทเบิลเทนนิส: มีฟาวล์และบทลงโทษอะไรบ้าง?

เสิร์ฟผิดกติกา: ไม่ได้โยนลูกขึ้นในแนวดิ่ง โยนสูงไม่ถึง 16 ซม. หรือบังลูกไว้ — เสียแต้มให้คู่แข่ง (หรือได้รับคำเตือนในความผิดครั้งแรกที่ยังน่าสงสัย ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้ตัดสิน) ลูกกระดอนสองครั้งในแดนของตัวเองก่อนตีกลับ: เสียแต้ม ตีลูกออกนอกโต๊ะหรือตีลงเน็ต (นอกเหนือจากตอนเสิร์ฟ): เสียแต้ม ใช้มือว่างแตะโต๊ะ หรือทำให้โต๊ะเคลื่อนที่: เสียแต้ม สัมผัสลูกด้วยสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ไม้ตี (หรือมือที่ถือไม้) ก่อนที่ลูกจะกระดอนตามกติกา: เสียแต้ม ประพฤติผิดน้ำใจนักกีฬา: ตักเตือน (ใบเหลือง) จากนั้นหักแต้ม ไปจนถึงปรับแพ้ ขึ้นอยู่กับความร้ายแรง

เทเบิลเทนนิส: ตั้งค่า ScoreZen อย่างไรเพื่อบันทึกคะแนน?

ตั้งค่าเทเบิลเทนนิสในโหมดนับแต้ม โดยใช้พรีเซ็ต Official: เป้าหมายเกมละ 11 แต้ม ต้องนำห่าง 2 แต้ม และตั้งแมตช์เป็นแบบ 5 เกมหรือ 7 เกมตามต้องการ ถ้าอยากเล่นแบบรวดเร็ว ให้ใช้พรีเซ็ต Casual ที่มีเป้าหมายเดียว (เช่น 11 หรือ 21 แต้ม) โดยไม่ต้องจัดการเป็นเกม

เทเบิลเทนนิส: จัดทัวร์นาเมนต์หรือลีกได้ไหม?

เหมาะกับทัวร์นาเมนต์และการแข่งขันชิงแชมป์: ScoreZen ติดตามจำนวนเกมที่ชนะและประกาศผู้ชนะแมตช์ตามรูปแบบที่เลือกไว้ (5 เกมหรือ 7 เกม) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการดูแลหลายโต๊ะหรือหลายสายพร้อมกัน ทั้งประเภทเดี่ยวและประเภทคู่