กติกาคริกเก็ต

แมตช์ใหม่
📚 สรุปเชิงให้ความรู้ที่จัดทำขึ้นเอง — ให้ยึดแหล่งข้อมูลทางการเป็นหลักเผยแพร่แล้วอัปเดตเมื่อ 24 มิถุนายน 2569

Zen Ref

ผู้ช่วยที่อธิบายกติกาแบบง่ายๆ

รันเกิดขึ้นเมื่อผู้ตีทั้งสองคนวิ่งสลับตำแหน่งกันระหว่างวิกเก็ต การสลับที่สำเร็จหนึ่งครั้งมีค่า 1 รัน ลูกที่ตีไปถึงเส้นขอบสนามได้ 4 รัน (กลิ้งไปกับพื้น) หรือ 6 รัน (ลอยข้ามไปโดยไม่กระทบพื้น) รันพิเศษ (เอ็กซ์ตร้า/extras) จะมอบให้ฝ่ายตีเมื่อฝ่ายโยนทำผิดกติกาบางอย่าง เช่น ไวด์ (wide) หรือโนบอล (no-ball) คะแนนของทีมจะแสดงเป็นจำนวนรันที่ทำได้และจำนวนวิกเก็ตที่เสียไป (เช่น 250/4)

คำตอบอ้างอิงจากสรุปของ ScoreZen ให้ยึดแหล่งข้อมูลทางการเป็นหลัก

สรุป

คริกเก็ต (cricket) เป็นกีฬาประเภททีมที่ใช้ไม้ตีและลูกบอล แข่งขันกันระหว่างสองทีม ทีมละ 11 คน บนสนามรูปวงรีที่มีแถบพื้นสี่เหลี่ยมผืนผ้าอยู่ตรงกลางเรียกว่าพิตช์ (pitch) ทั้งสองทีมผลัดกันเป็นฝ่ายตีเพื่อทำคะแนน (รัน/runs) ขณะที่อีกฝ่ายเป็นฝ่ายโยน (โบว์ลิ่ง) และรับลูกในสนามเพื่อจำกัดคะแนนและจับผู้ตีให้ออก กีฬาชนิดนี้เล่นได้หลายรูปแบบซึ่งมีความยาวแตกต่างกันมาก

วัตถุประสงค์

ทีมฝ่ายตีมุ่งทำรันให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนทีมฝ่ายรับพยายามจำกัดรันเหล่านั้นและจับผู้ตีของฝ่ายตรงข้ามให้ออก ทีมที่ทำรันได้มากกว่าเป็นผู้ชนะ

กติกาสำคัญ

  • สองทีม ทีมละ 11 คนลงแข่งขันกัน แต่ละฝ่ายผลัดกันเป็นฝ่ายตีและฝ่ายรับ (ช่วงหนึ่งเรียกว่าอินนิ่ง/innings)
  • โบว์เลอร์ (bowler) โยนลูกไปยังผู้ตี ซึ่งต้องป้องกันวิกเก็ต (เสาสามต้นหรือ stumps) ของตน
  • หนึ่งโอเวอร์ (over) คือการโยนที่ถูกกติกา 6 ลูก จากนั้นจึงเปลี่ยนโบว์เลอร์และเปลี่ยนปลายพิตช์ที่โยนด้วย
  • ผู้ตีสองคนอยู่ในสนามพร้อมกันและวิ่งสลับกันระหว่างวิกเก็ตทั้งสองฝั่งเพื่อทำรัน
  • ลูกที่กลิ้งไปกับพื้นจนถึงเส้นขอบสนาม (boundary) ได้ 4 รัน หรือได้ 6 รันหากข้ามเส้นไปโดยไม่กระทบพื้น
  • ผู้ตีที่ถูกจับออกจะมีผู้ตีคนใหม่ลงมาแทน อินนิ่งจบลงตามรูปแบบการแข่งขัน หรือเมื่อผู้ตีถูกจับออกครบ 10 คน

การให้คะแนน

รันเกิดขึ้นเมื่อผู้ตีทั้งสองคนวิ่งสลับตำแหน่งกันระหว่างวิกเก็ต การสลับที่สำเร็จหนึ่งครั้งมีค่า 1 รัน ลูกที่ตีไปถึงเส้นขอบสนามได้ 4 รัน (กลิ้งไปกับพื้น) หรือ 6 รัน (ลอยข้ามไปโดยไม่กระทบพื้น) รันพิเศษ (เอ็กซ์ตร้า/extras) จะมอบให้ฝ่ายตีเมื่อฝ่ายโยนทำผิดกติกาบางอย่าง เช่น ไวด์ (wide) หรือโนบอล (no-ball) คะแนนของทีมจะแสดงเป็นจำนวนรันที่ทำได้และจำนวนวิกเก็ตที่เสียไป (เช่น 250/4)

รูปแบบและระยะเวลา

รูปแบบการแข่งขันเป็นตัวกำหนดความยาว: เทสต์ (Test) ยาวได้ถึง 5 วัน โดยแต่ละฝ่ายตีสองอินนิ่ง วันเดย์ (ODI) ฝ่ายละ 50 โอเวอร์ ส่วนที20 (T20) ฝ่ายละ 20 โอเวอร์ ยังมีรูปแบบระดับสโมสรหรือระดับสมัครเล่นอีกหลายแบบ (จำกัดจำนวนโอเวอร์หรือจำกัดเวลา) ควรตกลงรูปแบบให้ชัดเจนก่อนลงเล่นเสมอ เพราะจำนวนโอเวอร์และกติกาย่อยขึ้นอยู่กับรูปแบบที่เลือก

เงื่อนไขการชนะ

ทีมที่ทำรันรวมได้มากกว่าเป็นผู้ชนะการแข่งขัน หากคะแนนรวมเท่ากันพอดีเมื่อจบอินนิ่งครบแล้ว ผลคือเสมอ (tie) บางรายการใช้ซูเปอร์โอเวอร์ (Super Over) เพื่อตัดสินหาผู้ชนะ ส่วนในแบบเทสต์ การแข่งขันที่จบไม่ทันภายในเวลาที่กำหนดถือเป็นผลเสมอแบบ draw ไม่ว่าคะแนนจะเป็นเท่าใดก็ตาม

กติกาฉบับเต็ม

ปลดล็อกโหมดทางการ เหตุการณ์สำคัญ สัญญาณผู้ตัดสิน อภิธานศัพท์ ความเป็นมา และแหล่งข้อมูลทางการ ด้วย ScoreZen Essentiel

คำถามที่พบบ่อย

คริกเก็ต: นับคะแนนอย่างไร?

รันเกิดขึ้นเมื่อผู้ตีทั้งสองคนวิ่งสลับตำแหน่งกันระหว่างวิกเก็ต การสลับที่สำเร็จหนึ่งครั้งมีค่า 1 รัน ลูกที่ตีไปถึงเส้นขอบสนามได้ 4 รัน (กลิ้งไปกับพื้น) หรือ 6 รัน (ลอยข้ามไปโดยไม่กระทบพื้น) รันพิเศษ (เอ็กซ์ตร้า/extras) จะมอบให้ฝ่ายตีเมื่อฝ่ายโยนทำผิดกติกาบางอย่าง เช่น ไวด์ (wide) หรือโนบอล (no-ball) คะแนนของทีมจะแสดงเป็นจำนวนรันที่ทำได้และจำนวนวิกเก็ตที่เสียไป (เช่น 250/4)

คริกเก็ต: แข่งขันนานเท่าไร?

รูปแบบการแข่งขันเป็นตัวกำหนดความยาว: เทสต์ (Test) ยาวได้ถึง 5 วัน โดยแต่ละฝ่ายตีสองอินนิ่ง วันเดย์ (ODI) ฝ่ายละ 50 โอเวอร์ ส่วนที20 (T20) ฝ่ายละ 20 โอเวอร์ ยังมีรูปแบบระดับสโมสรหรือระดับสมัครเล่นอีกหลายแบบ (จำกัดจำนวนโอเวอร์หรือจำกัดเวลา) ควรตกลงรูปแบบให้ชัดเจนก่อนลงเล่นเสมอ เพราะจำนวนโอเวอร์และกติกาย่อยขึ้นอยู่กับรูปแบบที่เลือก

คริกเก็ต: ตัดสินผู้ชนะอย่างไร?

ทีมที่ทำรันรวมได้มากกว่าเป็นผู้ชนะการแข่งขัน หากคะแนนรวมเท่ากันพอดีเมื่อจบอินนิ่งครบแล้ว ผลคือเสมอ (tie) บางรายการใช้ซูเปอร์โอเวอร์ (Super Over) เพื่อตัดสินหาผู้ชนะ ส่วนในแบบเทสต์ การแข่งขันที่จบไม่ทันภายในเวลาที่กำหนดถือเป็นผลเสมอแบบ draw ไม่ว่าคะแนนจะเป็นเท่าใดก็ตาม

คริกเก็ต: มีฟาวล์และบทลงโทษอะไรบ้าง?

ไวด์ (wide): ลูกที่กรรมการเห็นว่าอยู่ไกลจากผู้ตีเกินกว่าจะตีได้ตามปกติ ฝ่ายตีได้ 1 รัน (บวกกับรันที่วิ่งได้จริง) โนบอล (no-ball): การโยนที่ผิดกติกา (เหยียบเลยเส้น ลูกอันตราย ฯลฯ) ฝ่ายตีได้ 1 รัน และมักตามด้วยฟรีฮิต ขึ้นอยู่กับรูปแบบการแข่งขัน บาย / เลกบาย (byes / leg byes): รันที่ทำได้โดยลูกไม่ได้สัมผัสไม้ตี นับให้เป็นรันพิเศษตามแต่ละสถานการณ์ รันลงโทษ (penalty runs): รัน (มักเป็น 5 รัน) ที่เพิ่มให้เมื่อมีการเล่นอย่างไม่ยุติธรรมหรือมีการดัดแปลงสภาพลูก ตามที่ระบุไว้ในกติกา อัตราการโยนช้าเกินไป: อาจถูกลงโทษ (เช่น ต้องถอนผู้เล่นฝ่ายรับออกหนึ่งคน) หากโยนโอเวอร์ช้ากว่าที่กำหนด ขึ้นอยู่กับรายการแข่งขัน พฤติกรรมไม่มีน้ำใจนักกีฬา: ตักเตือน ให้รันลงโทษ หรือให้ออกจากการแข่งขัน ตามประมวลระเบียบความประพฤติที่ใช้บังคับ

คริกเก็ต: ตั้งค่า ScoreZen อย่างไรเพื่อบันทึกคะแนน?

ใน ScoreZen ให้ตั้งค่าคริกเก็ตด้วยการนับคะแนนแบบสะสมแต้ม เพื่อติดตามรันของแต่ละทีม ใช้ค่าตั้งต้นแบบทางการ (Official) สำหรับรูปแบบที่กำหนดจำนวนโอเวอร์ (T20, ODI) และใช้ค่าตั้งต้นแบบสบาย ๆ (Casual) สำหรับเกมระดับสโมสรแบบย่อ จากนั้นกำหนดคะแนนเป้าหมายหรือจำนวนอินนิ่งตามรูปแบบที่เลือก

คริกเก็ต: จัดทัวร์นาเมนต์หรือลีกได้ไหม?

ScoreZen ติดตามการแข่งขันแบบสองทีมได้ และจัดทัวร์นาเมนต์หรือลีกได้ด้วยการรวมรันและผลการแข่งขันของแต่ละคู่ ควรปรับรูปแบบ (จำนวนโอเวอร์ จำนวนอินนิ่ง) ให้ตรงกับรายการแข่งขันของคุณก่อนเริ่ม