กติกากอล์ฟ

แมตช์ใหม่
📚 สรุปเชิงให้ความรู้ที่จัดทำขึ้นเอง — ให้ยึดแหล่งข้อมูลทางการเป็นหลักเผยแพร่แล้วอัปเดตเมื่อ 24 มิถุนายน 2569

Zen Ref

ผู้ช่วยที่อธิบายกติกาแบบง่ายๆ

ในสโตรกเพลย์ ให้รวมจำนวนสโตรกทั้งหมดรวมทั้งสโตรกที่เป็นโทษของแต่ละหลุม แล้วรวมตลอดทั้งสนาม ผู้ที่ได้ผลรวมน้อยที่สุดเป็นผู้ชนะ คะแนนของแต่ละหลุมเรียกชื่อโดยเทียบกับพาร์ เช่น เบอร์ดี้ คือ -1 โบกี้ คือ +1 และอีเกิล คือ -2 ส่วนในแมตช์เพลย์จะไม่นับสโตรกรวม แต่นับเฉพาะจำนวนหลุมที่ชนะ ทั้งนี้อาจนำแฮนดิแคปมาหักออกจากสกอร์กรอส เพื่อให้ได้สกอร์เน็ต

คำตอบอ้างอิงจากสรุปของ ScoreZen ให้ยึดแหล่งข้อมูลทางการเป็นหลัก

สรุป

กอล์ฟเป็นกีฬาที่เน้นความแม่นยำ ผู้เล่นแต่ละคนใช้ไม้กอล์ฟตีลูกให้ลงหลุมทีละหลุมตามลำดับ โดยใช้จำนวนครั้งที่ตีหรือสโตรกน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ สนามหนึ่งมักมี 18 หลุม และแต่ละหลุมมีค่าพาร์ ซึ่งเป็นจำนวนสโตรกอ้างอิงของหลุมนั้น ผู้เล่นที่ใช้จำนวนสโตรกน้อยที่สุดเป็นผู้ชนะ

วัตถุประสงค์

ตีลูกให้ลงหลุมทุกหลุมโดยใช้จำนวนสโตรกน้อยที่สุดตลอดทั้งสนาม

กติกาสำคัญ

  • ตีลูกจากตำแหน่งที่ลูกหยุดอยู่ และเล่นสนามตามสภาพที่พบจริง
  • นับทุกสโตรกที่ตี การซ้อมสวิงไม่นับ เว้นแต่เผลอไปโดนลูกเข้า
  • ตามปกติผู้เล่นที่อยู่ไกลจากหลุมที่สุดจะเป็นผู้ตีก่อน
  • ถ้าลูกออกนอกเขต (out of bounds) หรือหาลูกไม่พบ ให้รับโทษแบบสโตรกและระยะ (stroke and distance)
  • พื้นที่ปรับโทษ (น้ำ) และบังเกอร์ ต่างมีกฎการผ่อนปรนของตัวเอง
  • เมื่ออยู่บนกรีน ผู้เล่นมาร์กตำแหน่งและหยิบลูกขึ้นมาทำความสะอาดได้

การให้คะแนน

ในสโตรกเพลย์ ให้รวมจำนวนสโตรกทั้งหมดรวมทั้งสโตรกที่เป็นโทษของแต่ละหลุม แล้วรวมตลอดทั้งสนาม ผู้ที่ได้ผลรวมน้อยที่สุดเป็นผู้ชนะ คะแนนของแต่ละหลุมเรียกชื่อโดยเทียบกับพาร์ เช่น เบอร์ดี้ คือ -1 โบกี้ คือ +1 และอีเกิล คือ -2 ส่วนในแมตช์เพลย์จะไม่นับสโตรกรวม แต่นับเฉพาะจำนวนหลุมที่ชนะ ทั้งนี้อาจนำแฮนดิแคปมาหักออกจากสกอร์กรอส เพื่อให้ได้สกอร์เน็ต

รูปแบบและระยะเวลา

หนึ่งรอบมาตรฐานเล่นทั้งหมด 18 หลุม บางการแข่งขันเล่นเพียง 9 หลุม หรือเล่นหลายรอบ เช่น 4 รอบในทัวร์นาเมนต์อาชีพ ส่วนรูปแบบการเล่น เช่น สโตรกเพลย์ แมตช์เพลย์ หรือสเตเบิลฟอร์ด จะแตกต่างกันไปตามรายการ

เงื่อนไขการชนะ

ในสโตรกเพลย์ ผู้เล่นที่ใช้จำนวนสโตรกรวมน้อยที่สุดเป็นผู้ชนะ ส่วนในแมตช์เพลย์ ผู้ที่ชนะจำนวนหลุมได้มากกว่าเป็นผู้ชนะ และแมตช์จะจบทันทีที่อีกฝ่ายไม่มีทางไล่ตามให้เสมอได้อีกแล้ว

กติกาฉบับเต็ม

ปลดล็อกโหมดทางการ เหตุการณ์สำคัญ สัญญาณผู้ตัดสิน อภิธานศัพท์ ความเป็นมา และแหล่งข้อมูลทางการ ด้วย ScoreZen Essentiel

คำถามที่พบบ่อย

กอล์ฟ: นับคะแนนอย่างไร?

ในสโตรกเพลย์ ให้รวมจำนวนสโตรกทั้งหมดรวมทั้งสโตรกที่เป็นโทษของแต่ละหลุม แล้วรวมตลอดทั้งสนาม ผู้ที่ได้ผลรวมน้อยที่สุดเป็นผู้ชนะ คะแนนของแต่ละหลุมเรียกชื่อโดยเทียบกับพาร์ เช่น เบอร์ดี้ คือ -1 โบกี้ คือ +1 และอีเกิล คือ -2 ส่วนในแมตช์เพลย์จะไม่นับสโตรกรวม แต่นับเฉพาะจำนวนหลุมที่ชนะ ทั้งนี้อาจนำแฮนดิแคปมาหักออกจากสกอร์กรอส เพื่อให้ได้สกอร์เน็ต

กอล์ฟ: แข่งขันนานเท่าไร?

หนึ่งรอบมาตรฐานเล่นทั้งหมด 18 หลุม บางการแข่งขันเล่นเพียง 9 หลุม หรือเล่นหลายรอบ เช่น 4 รอบในทัวร์นาเมนต์อาชีพ ส่วนรูปแบบการเล่น เช่น สโตรกเพลย์ แมตช์เพลย์ หรือสเตเบิลฟอร์ด จะแตกต่างกันไปตามรายการ

กอล์ฟ: ตัดสินผู้ชนะอย่างไร?

ในสโตรกเพลย์ ผู้เล่นที่ใช้จำนวนสโตรกรวมน้อยที่สุดเป็นผู้ชนะ ส่วนในแมตช์เพลย์ ผู้ที่ชนะจำนวนหลุมได้มากกว่าเป็นผู้ชนะ และแมตช์จะจบทันทีที่อีกฝ่ายไม่มีทางไล่ตามให้เสมอได้อีกแล้ว

กอล์ฟ: มีฟาวล์และบทลงโทษอะไรบ้าง?

ลูกออกนอกเขตหรือหาลูกไม่พบ: รับโทษแบบสโตรกและระยะ คือ บวก 1 สโตรก แล้วกลับไปตีใหม่จากจุดเดิม ลูกลงพื้นที่ปรับโทษ: ดรอปลูกโดยรับโทษ 1 สโตรก แตะทรายในบังเกอร์ก่อนตี: รับโทษ ซึ่งเป็น 2 สโตรกในสโตรกเพลย์ ตีลูกผิดใบหรือตีจากจุดที่ผิด: รับโทษตามที่กติกากำหนด มีไม้กอล์ฟในถุงเกิน 14 อัน: รับโทษ โดยมีเพดานโทษต่อหนึ่งรอบ ให้หรือรับคำแนะนำจากผู้ที่ไม่ใช่คู่หูที่กติกาอนุญาต: รับโทษ

กอล์ฟ: ตั้งค่า ScoreZen อย่างไรเพื่อบันทึกคะแนน?

ตั้งค่ากอล์ฟเป็นโหมดคะแนนสะสมแบบน้อยกว่าชนะ แตะ +1 หรือ +2 เพื่อบวกจำนวนสโตรกที่ตีไป แล้วผู้ที่ได้ผลรวมน้อยที่สุดเป็นผู้ชนะ ScoreZen ไม่มีค่าตั้งต้นสำเร็จรูปสำหรับกอล์ฟ และไม่มีการตั้งค่าจำนวนหลุม จึงต้องนับ 18 หลุมด้วยตัวเอง แล้วสั่งจบรอบเองเมื่อเล่นครบทั้งสนาม

กอล์ฟ: จัดทัวร์นาเมนต์หรือลีกได้ไหม?

ใช้ร่วมกับการจัดอันดับแบบทัวร์นาเมนต์หรือชิงแชมป์ใน ScoreZen ได้ โดยกรอกจำนวนสโตรกของแต่ละหลุม แล้วจัดอันดับผู้เล่นจากผลรวมที่น้อยที่สุด จะใช้สกอร์กรอสหรือสกอร์เน็ตตามแฮนดิแคปก็ได้