กติกาโบว์ลิ่ง

แมตช์ใหม่
📚 สรุปเชิงให้ความรู้ที่จัดทำขึ้นเอง — ให้ยึดแหล่งข้อมูลทางการเป็นหลักเผยแพร่แล้วอัปเดตเมื่อ 24 มิถุนายน 2569

Zen Ref

ผู้ช่วยที่อธิบายกติกาแบบง่ายๆ

คะแนนถูกบวกสะสมทีละเฟรม สไตรค์ได้ 10 คะแนน บวกด้วยผลรวมของการโยนสองครั้งถัดไป ส่วนสแปร์ได้ 10 คะแนน บวกด้วยการโยนครั้งถัดไปหนึ่งครั้ง เฟรมที่ไม่ได้ทั้งสไตรค์และสแปร์ (เรียกว่าโอเพนเฟรม) นับเฉพาะจำนวนพินที่ล้มได้ คะแนนสูงสุดของเกมสมบูรณ์แบบคือ 300 (สไตรค์ติดต่อกัน 12 ครั้ง)

คำตอบอ้างอิงจากสรุปของ ScoreZen ให้ยึดแหล่งข้อมูลทางการเป็นหลัก

สรุป

โบว์ลิ่งสิบพิน (ten-pin bowling) เป็นกีฬาที่เน้นความแม่นยำ ผู้เล่นโยนลูกโบว์ลิ่งให้กลิ้งไปตามลู่ผิวเรียบเพื่อล้มพิน 10 อันที่วางเรียงเป็นรูปสามเหลี่ยมอยู่ปลายลู่ หนึ่งเกมเล่นได้ทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม แบ่งเป็น 10 รอบที่เรียกว่าเฟรม (frame) โบว์ลิ่งเป็นทั้งกิจกรรมยามว่างยอดนิยมและกีฬาแข่งขันที่มีองค์กรระดับนานาชาติกำกับดูแล

วัตถุประสงค์

ล้มพินให้ได้มากที่สุดในแต่ละเฟรม เพื่อสะสมคะแนนรวมให้สูงที่สุดตลอดทั้งเกม ผู้เล่นหรือทีมที่มีคะแนนรวมสุดท้ายสูงที่สุดเป็นผู้ชนะ

กติกาสำคัญ

  • หนึ่งเกมมี 10 เฟรม แต่ละเฟรมโยนได้ 2 ครั้งตามปกติ (ยกเว้นเมื่อโยนได้สไตรค์)
  • ปล่อยลูกจากหลังเส้นฟาวล์ ห้ามล้ำเส้นออกไป
  • สไตรค์ (X) = ล้มพินครบ 10 อันด้วยลูกแรก ส่วนสแปร์ (/) = ล้มพินครบ 10 อันด้วยการโยนสองลูกรวมกัน
  • ในเฟรมที่ 10 หากโยนได้สไตรค์หรือสแปร์ จะได้สิทธิ์โยนเพิ่มเป็นโบนัส
  • เลือกลูกที่มีน้ำหนักเหมาะกับตัวเอง แล้วสอดนิ้วลงในรูจับ
  • ราง (gutter) อยู่สองข้างของลู่ ถ้าลูกตกลงราง จะไม่ได้คะแนนพินเลย

การให้คะแนน

คะแนนถูกบวกสะสมทีละเฟรม สไตรค์ได้ 10 คะแนน บวกด้วยผลรวมของการโยนสองครั้งถัดไป ส่วนสแปร์ได้ 10 คะแนน บวกด้วยการโยนครั้งถัดไปหนึ่งครั้ง เฟรมที่ไม่ได้ทั้งสไตรค์และสแปร์ (เรียกว่าโอเพนเฟรม) นับเฉพาะจำนวนพินที่ล้มได้ คะแนนสูงสุดของเกมสมบูรณ์แบบคือ 300 (สไตรค์ติดต่อกัน 12 ครั้ง)

รูปแบบและระยะเวลา

หนึ่งเกมมาตรฐานมี 10 เฟรม เฟรมที่ 10 โยนได้สูงสุด 3 ครั้งเมื่อทำสไตรค์หรือสแปร์ได้ ในการแข่งขันมักเล่นหลายเกมต่อเนื่องกันเป็นบล็อก (เช่น 3 ถึง 6 เกม) และรูปแบบอาจแตกต่างกันไปตามสหพันธ์และประเภทของรายการ (ประเภทเดี่ยว ประเภททีม แมตช์เพลย์)

เงื่อนไขการชนะ

ผู้ชนะคือผู้เล่นหรือทีมที่จบด้วยคะแนนพินรวมสูงที่สุด ในระบบแมตช์เพลย์ จะนับจำนวนเกมหรือแต้มที่ชนะตามกติกาของรายการนั้น

กติกาฉบับเต็ม

ปลดล็อกโหมดทางการ เหตุการณ์สำคัญ สัญญาณผู้ตัดสิน อภิธานศัพท์ ความเป็นมา และแหล่งข้อมูลทางการ ด้วย ScoreZen Essentiel

คำถามที่พบบ่อย

โบว์ลิ่ง: นับคะแนนอย่างไร?

คะแนนถูกบวกสะสมทีละเฟรม สไตรค์ได้ 10 คะแนน บวกด้วยผลรวมของการโยนสองครั้งถัดไป ส่วนสแปร์ได้ 10 คะแนน บวกด้วยการโยนครั้งถัดไปหนึ่งครั้ง เฟรมที่ไม่ได้ทั้งสไตรค์และสแปร์ (เรียกว่าโอเพนเฟรม) นับเฉพาะจำนวนพินที่ล้มได้ คะแนนสูงสุดของเกมสมบูรณ์แบบคือ 300 (สไตรค์ติดต่อกัน 12 ครั้ง)

โบว์ลิ่ง: แข่งขันนานเท่าไร?

หนึ่งเกมมาตรฐานมี 10 เฟรม เฟรมที่ 10 โยนได้สูงสุด 3 ครั้งเมื่อทำสไตรค์หรือสแปร์ได้ ในการแข่งขันมักเล่นหลายเกมต่อเนื่องกันเป็นบล็อก (เช่น 3 ถึง 6 เกม) และรูปแบบอาจแตกต่างกันไปตามสหพันธ์และประเภทของรายการ (ประเภทเดี่ยว ประเภททีม แมตช์เพลย์)

โบว์ลิ่ง: ตัดสินผู้ชนะอย่างไร?

ผู้ชนะคือผู้เล่นหรือทีมที่จบด้วยคะแนนพินรวมสูงที่สุด ในระบบแมตช์เพลย์ จะนับจำนวนเกมหรือแต้มที่ชนะตามกติกาของรายการนั้น

โบว์ลิ่ง: มีฟาวล์และบทลงโทษอะไรบ้าง?

ฟาวล์: การล้ำหรือแตะเส้นฟาวล์ พินที่ล้มจากการโยนครั้งนั้นไม่ถูกนับ กัตเตอร์บอล (gutter ball): ลูกตกลงในรางและไม่ได้คะแนนพิน การโยนผิดคิวหรือโยนผิดลู่: อาจถูกตัดสินให้เป็นโมฆะตามกติกา ลูกหรืออุปกรณ์ที่ไม่ตรงตามข้อกำหนด: มีโทษปรับหรือถูกตัดสิทธิ์ตามระเบียบของสหพันธ์ พฤติกรรมที่ผิดน้ำใจนักกีฬา: ตักเตือนหรือลงโทษตามดุลยพินิจของกรรมการและกติกาของรายการ

โบว์ลิ่ง: ตั้งค่า ScoreZen อย่างไรเพื่อบันทึกคะแนน?

ใน ScoreZen เลือกกีฬาโบว์ลิ่ง แล้วกระดานคะแนนเฉพาะทางจะทำงานให้ทันที ทั้งการจัดการ 10 เฟรม สไตรค์และสแปร์ (พร้อมโบนัสที่ยกไปคิดต่อ) และการโยนสามครั้งในเฟรมที่ 10 ไปจนถึงคะแนนสูงสุด 300 เพียงกรอกจำนวนพินที่ล้มได้ในการโยนแต่ละครั้ง กีฬานี้ไม่มีการตั้งคะแนนเป้าหมายสะสม และไม่มีค่าตั้งต้นแบบทางการ/แบบสันทนาการ เพียงกำหนดจำนวนผู้เล่น แล้วในการแข่งขันก็นำคะแนนรวมท้ายเกมมาเปรียบเทียบกัน

โบว์ลิ่ง: จัดทัวร์นาเมนต์หรือลีกได้ไหม?

ScoreZen เหมาะกับรายการโบว์ลิ่งทั้งทัวร์นาเมนต์และการชิงแชมป์ โดยติดตามคะแนนรวมรายเกมและรายบล็อก ทั้งประเภทเดี่ยวและประเภททีม พร้อมจัดอันดับตามคะแนนพินสะสม